วิธีบริหารหนี้กรรม…how to
ข้อแรก…"ทำใจยอมรับ"..ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราเป็นผลของกรรมในอดีต..ก็ถือโอกาสนี้ใช้หนี้เวรหนี้กรรมให้หมดไป
ข้อสอง…"ทำดีแลกหนี้"…อย่างเวลาเราติดเงินใคร..ถ้าเราไม่มีเงินชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้..เราก็ต้องยอมให้เขายึดบ้าน..ยึดรถ..
แต่การทำดีแลกหนี้นั้น..เราทำได้ด้วยการ "ทำบุญ"..แล้วอุทิศบุญให้กับเจ้ากรรมนายเวร..แทนหนี้ที่เราก่อไว้..
ข้อสาม…"ทำดีหนีหนี้"…คือ คิด พูด ทำ แต่เรื่องดี ๆ ทุกขณะที่เราตื่น..ทำดีให้ต่อเนื่อง..เพื่อให้ความดีหรือบุญที่สั่งสมอยู่ในจิตวิญญาณมากพอจนกระทั่ง..ความดีให้ผลตลอดเวลา…หนี้เวรกรรมจึงตามไม่ทัน..
อืม..ข้อนี้..ก็เหมือนกับที่พระอาจารย์สอนเกี่ยวกับเรื่องรถคันสีขาว..และคันสีดำ…เราต้องคอยหมั่นเติมกำลังให้รถคันสีขาวขับรถเลยคันสีดำไปไกล..จนมองไม่เห็นกันเลยทีเดียว..
แต่มีกรรมอยู่บางประเภทที่หนีไม่ได้..ไม่ว่ารถคันสีขาวจะขับไปได้ไกลแค่ไหน..มองหันกลับมา..รถคันสีดำ..ก็จ่อหลังรอให้ผลติดอยู่อย่างนั้น..ก็คือ "อนันตริยกรรม" ซึงถือว่าเป็นกรรมหนัก..
อันได้แก่..
1 ฆ่าพ่อฆ่าแม่
2 ฆ่าพระอรหันต์
3 ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนถึงพระโลหิตห้อ
4 ยุยงสงฆ์ให้แตกกัน
ข้อสี่…"หนีเข้านิพพาน"…แบบพระพุทธเจ้า…ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุด…
เพราะเรามีบาปที่สั่งสมอยู่ในจิตวิญญาณเป็นจำนวนอนันต์..ใช้หนี้อย่างไร..ก็คงไม่มีวันหมด..
แม้พระพุทธเจ้าเอง..ก่อนจะมาเป็นพระพุทธเจ้า..ยังต้องเวียนเกิดเวียนตายและถูกจองเวรกับเจ้ากรรมนายเวรอย่างพระเทวทัตมาไม่รู้กี่ภพกี่ชาติ..เป็นเวลานานแสนนาน..
แม้กระทั่งชาติสุดท้าย..เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว..ก็ยังถูกตามราวีไม่เลิก..เพราะความอาฆาตแค้นพยาบาทของพระเทวทัตยังไม่สิ้นสุด…ถึงขนาดกลิ้งก้อนหินลงมาจากยอดเขาหมายจะให้ทับพระพุทธเจ้า..หรือปล่อยช้างตกมันให้ไล่แทงพระองค์…
…แต่ในที่สุด…เมื่อพระพุทธเจ้าดับรูปดับนามเข้านิพพานได้แล้ว…หนี้เวรกรรมที่เหลือ…จึงกลายเป็น "อโหสิกรรม"….
กรรมที่เราทำไปแล้ว..เราแก้ไม่ได้..แต่เราสามารถบริหารจัดการได้ค่ะ…
เราต้องหมั่นทำแต่ความดี..ละเว้นทำกรรมชั่ว..เพราะจะเป็นการสร้างหนี้ใหม่ให้เราเดือดร้อนอีกไม่จบไม่สิ้น..
หากผลของกรรมที่เรากำลังรับอยู่นั้น..ถ้าร้ายแรงมาก..ก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยงหรือหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก..ซึ่งวิธีที่ดีที่สุด..อย่างที่บอกก็คือ..ก็แค่เลิกทำกรรมชั่ว..เลิกแล้วต่อกันแค่นั้นพอ…
แต่ถ้ามันกำลังเกิดขึ้น…ก็ขอให้อดทน..แบบทนได้ทนไป…เหมือนกับ..การผ่อนเงินกู้..
ในเมื่อเรามีหนี้..เราก็ต้องใช้คืนตามวิสัย..แม้ใจจริงไม่อยากใช้..แต่เราจำเป็นต้องใช้..ดังนั้น..เราต้องรู้จักเลือกใช้คืนในระดับที่เราพอทนไหว..และทนได้….
สิ่งที่สำคัญของการทำความดีก็คือ.."ทำดีแล้วต้องหมั่นคอยอุทิศบุญ"
เพราะความดี..อยู่ส่วนความดี…
ความชั่ว..อยู่ส่วนความชั่ว…
ต่อให้เราทำความดีมากแค่ไหน..ความชั่วที่เคยทำไปแล้วก็ยังอยู่เหมือนเดิม..หักกลบลบหนี้ลบล้างกันไม่ได้..
ดังนั้น..ทุกครั้งที่เราทำความดี..มีบุญสั่งสมอยู่ในตัว..แต่ถ้าเราไม่ใช้หนี้..เจ้ากรรมนายเวรก็จะตามทวง..เพราะถ้ามีบุญแล้วไม่อุทิศ..เจ้ากรรมนายเวรอาจตามราวี..ก่อความเดือดร้อน..ความรำคาญใจ..จนถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัว..หรือถึงแก่ชีวิตได้…
สรุป..
วิธีการบริหารหนี้ที่ดีที่สุด..ไม่ว่าหนี้กรรม..หรือหนี้บัตรเครดิต : )….ก็คือ…"หยุด" สร้างหนี้…
นอกจากตั้งสติก่อนสตาร์ทแล้ว..
ก็ต้องตั้งสติก๋อน..คิด..พูด..และทำ..
และ…ตั้งสติก่อนรูดการ์ดกันทุกครั้ง.. : )
วิธีการทำความดีที่ดีที่สุด..นอกจากการให้ทาน..รักษาศีล (ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เราทำความชั่ว) ก็คือการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน…
ถ้าเราเข้าใจกฏแห่งกรรม..เและการบริหารหนี้กรรมแล้ว..
เราจะได้รู้จักกลับมาบริหารชีวิตด้วยการพัฒนาจิตของเราโดยการ..หันกลับมาศึกษากายใจของเราซะ..
เราสามารถพัฒนาศักยภาพของ "สติ" โดยการฝึกพรากใจจากอดีตและอนาคตให้มาอยู่กับปัจจุบัน…อยู่กับกายและใจนี้ของเรา..ด้วยการ "เจริญสติ"…เพื่อหาหนทางดับทุกข์…ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก…
และรู้ให้เท่าทันใจของเราอันเป็นบ่อเกิดแห่งกิเลส (โลภ โกรธ หลง) ตัณหา และอุปาทาน..ซึ่งเป็นเหตุแห่งทุกข์ที่แท้จริง..
ที่มา :http://www.kondee.com/board_show_question.php?menu=&qs_qno=3461&page=5&search=&sort=