Category: เก็บมาฝาก



ชาติที่แล้วเราไปผูกมัดใครไว้บ้างก็ไม่รู้ด้วยคำสัญญา เช่น เราจะรักกันทุกชาติไป โดยหารู้ไม่ว่ากรรมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ชาติภพใหม่ก็เลยแตกต่างกันไป แต่คำมั่นที่สาบานยังอยู่ อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คุณยังเป็นโสดจนทุกวันนี้ ลองสวดมนต์บทนี้ดูอาจจะดีขึ้นนะ คำขอขมาและอธิษฐานจิต อธิษฐานหน้าพระพุทธรูป หรือสวดก่อนนอนก็ได้ 

( นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ 3 จบ ) 

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต 

‘หากข้าพเจ้า จงใจหรือประมาทพลาดพลั้ง ล่วงเกิน บิดา-มารดา ครูบาอาจารย์ พระพุทธ พระธรรม พระอรหันต์ทุกพระองค์ พระอริยสงฆ์เจ้า ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย รวมถึงผู้มีพระคุณ และท่านเจ้ากรรมนายเวร จะด้วย กาย วาจา ใจ ก็ดี ขอได้โปรดอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วย หากข้าพเจ้ามีเจ้าของในตัวติดตามมา ขออนุญาติมีคู่ มีครอบครัวได้เหมือนคนปกติทั่วไป ขอถอนคำอธิษฐาน คำสาบานที่จะติดตามคู่ในอดีต ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระต่อกัน ข้าพเจ้าจะประพฤติตนในทางที่ถูก ที่ชอบ ที่ควร 
ขอบุญบารมี ในอดีตกาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน จงส่งผลให้ข้าพเจ้าและครอบครัว ตลอดจนบริวารที่เกี่ยวข้อง จงเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ สติ ปัญญา ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ อุปสรรคใดๆ โรคภัยใดๆ ขอให้มลายสิ้นไป ขอให้ข้าพเจ้ามีความสว่างทั้งทางโลก ทางธรรมตั้งแต่บัดนี้ตราบเข้าสู่พระนิพพานเทอญ 

หากมีผู้ใดเคยสร้างเวรสร้างกรรมกับข้าพเจ้า ไม่ว่าจะชาติใดภพใดก็ตาม ข้าพเจ้ายินดีอโหสิกรรมให้ ขอถอนความพยาบาท ความอาฆาต และคำสาปแช่งในทุกชาติทุกภพ ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากคำสาปแช่งของปวงชนของเจ้ากรรมนายเวร’ 

คนเราเกิดมาหลายภพหลายชาติ แต่ละคนมีเจ้ากรรมนายเวรที่แตกต่างกัน การสวดขอขมาเพื่อลดและปลดหนี้กรรมให้น้อยลง 
( คาถา บทนี้ เป็นคาถาที่ใช้สำหรับขอขมาพระรัตนตรัย และใช้เพื่อถอนคำสาปแช่ง ในอดีตชาติ ที่ติดตามมา เพราะเราไม่รู้ว่าเคยได้ ล่วงเกินปรามาสใครไปบ้างก็ไม่รู้ ไม่เว้นแม้กระทั้ง 
พระพุทธองค์ พระอรหันต์ พ่อ แม่ เป็นต้น เพราะบางคนทำการใดๆ มักมีอุปสรรค หรือมักมีคนไม่ชอบหน้า 
ขอผู้ได้รับใบคำขอขมาและอธิษฐานจิตนี้ กรุณาส่งให้ผู้อื่นต่อเพื่อสร้างผลบุญบารมีต่อไป 

=============================

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี 
ตั้งนะโม ๓ จบ ชินะปัญชะระ ปะริตตังมัง รักขะตุ สัพพะทา หรือ วิญญาณสัมปันโน อิติปิโส ภะคะวา นะโมพุทธายะ ๙ จบ 
(ขอพระอนันตชินเจ้าในบัญชรแวดวงกงล้อม พระโมรปริต รและพระขันธปริตร อรหันต์เจ้า จงคุ้มครองรักษาข้าพเจ้าให้พ้นจากภยันตรายสรรพสิ่งทั้งปวง ตลอดเวลาทุกเมื่อ) 

ที่มา : http://fwmail.teenee.com/etc/22519.html


วิธีบริหารหนี้กรรม…how to 

ข้อแรก…"ทำใจยอมรับ"..ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราเป็นผลของกรรมในอดีต..ก็ถือโอกาสนี้ใช้หนี้เวรหนี้กรรมให้หมดไป

ข้อสอง…"ทำดีแลกหนี้"…อย่างเวลาเราติดเงินใคร..ถ้าเราไม่มีเงินชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้..เราก็ต้องยอมให้เขายึดบ้าน..ยึดรถ..

แต่การทำดีแลกหนี้นั้น..เราทำได้ด้วยการ "ทำบุญ"..แล้วอุทิศบุญให้กับเจ้ากรรมนายเวร..แทนหนี้ที่เราก่อไว้..

ข้อสาม…"ทำดีหนีหนี้"…คือ คิด พูด ทำ แต่เรื่องดี ๆ ทุกขณะที่เราตื่น..ทำดีให้ต่อเนื่อง..เพื่อให้ความดีหรือบุญที่สั่งสมอยู่ในจิตวิญญาณมากพอจนกระทั่ง..ความดีให้ผลตลอดเวลา…หนี้เวรกรรมจึงตามไม่ทัน..

อืม..ข้อนี้..ก็เหมือนกับที่พระอาจารย์สอนเกี่ยวกับเรื่องรถคันสีขาว..และคันสีดำ…เราต้องคอยหมั่นเติมกำลังให้รถคันสีขาวขับรถเลยคันสีดำไปไกล..จนมองไม่เห็นกันเลยทีเดียว..

แต่มีกรรมอยู่บางประเภทที่หนีไม่ได้..ไม่ว่ารถคันสีขาวจะขับไปได้ไกลแค่ไหน..มองหันกลับมา..รถคันสีดำ..ก็จ่อหลังรอให้ผลติดอยู่อย่างนั้น..ก็คือ "อนันตริยกรรม" ซึงถือว่าเป็นกรรมหนัก..

อันได้แก่..

1 ฆ่าพ่อฆ่าแม่

2 ฆ่าพระอรหันต์

3 ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนถึงพระโลหิตห้อ

4 ยุยงสงฆ์ให้แตกกัน

ข้อสี่…"หนีเข้านิพพาน"…แบบพระพุทธเจ้า…ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุด…

เพราะเรามีบาปที่สั่งสมอยู่ในจิตวิญญาณเป็นจำนวนอนันต์..ใช้หนี้อย่างไร..ก็คงไม่มีวันหมด..

แม้พระพุทธเจ้าเอง..ก่อนจะมาเป็นพระพุทธเจ้า..ยังต้องเวียนเกิดเวียนตายและถูกจองเวรกับเจ้ากรรมนายเวรอย่างพระเทวทัตมาไม่รู้กี่ภพกี่ชาติ..เป็นเวลานานแสนนาน..

แม้กระทั่งชาติสุดท้าย..เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว..ก็ยังถูกตามราวีไม่เลิก..เพราะความอาฆาตแค้นพยาบาทของพระเทวทัตยังไม่สิ้นสุด…ถึงขนาดกลิ้งก้อนหินลงมาจากยอดเขาหมายจะให้ทับพระพุทธเจ้า..หรือปล่อยช้างตกมันให้ไล่แทงพระองค์…

…แต่ในที่สุด…เมื่อพระพุทธเจ้าดับรูปดับนามเข้านิพพานได้แล้ว…หนี้เวรกรรมที่เหลือ…จึงกลายเป็น "อโหสิกรรม"….

กรรมที่เราทำไปแล้ว..เราแก้ไม่ได้..แต่เราสามารถบริหารจัดการได้ค่ะ…

เราต้องหมั่นทำแต่ความดี..ละเว้นทำกรรมชั่ว..เพราะจะเป็นการสร้างหนี้ใหม่ให้เราเดือดร้อนอีกไม่จบไม่สิ้น..

หากผลของกรรมที่เรากำลังรับอยู่นั้น..ถ้าร้ายแรงมาก..ก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยงหรือหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก..ซึ่งวิธีที่ดีที่สุด..อย่างที่บอกก็คือ..ก็แค่เลิกทำกรรมชั่ว..เลิกแล้วต่อกันแค่นั้นพอ…

แต่ถ้ามันกำลังเกิดขึ้น…ก็ขอให้อดทน..แบบทนได้ทนไป…เหมือนกับ..การผ่อนเงินกู้..

ในเมื่อเรามีหนี้..เราก็ต้องใช้คืนตามวิสัย..แม้ใจจริงไม่อยากใช้..แต่เราจำเป็นต้องใช้..ดังนั้น..เราต้องรู้จักเลือกใช้คืนในระดับที่เราพอทนไหว..และทนได้….

สิ่งที่สำคัญของการทำความดีก็คือ.."ทำดีแล้วต้องหมั่นคอยอุทิศบุญ"

เพราะความดี..อยู่ส่วนความดี…

ความชั่ว..อยู่ส่วนความชั่ว…

ต่อให้เราทำความดีมากแค่ไหน..ความชั่วที่เคยทำไปแล้วก็ยังอยู่เหมือนเดิม..หักกลบลบหนี้ลบล้างกันไม่ได้..

ดังนั้น..ทุกครั้งที่เราทำความดี..มีบุญสั่งสมอยู่ในตัว..แต่ถ้าเราไม่ใช้หนี้..เจ้ากรรมนายเวรก็จะตามทวง..เพราะถ้ามีบุญแล้วไม่อุทิศ..เจ้ากรรมนายเวรอาจตามราวี..ก่อความเดือดร้อน..ความรำคาญใจ..จนถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัว..หรือถึงแก่ชีวิตได้…

สรุป..

วิธีการบริหารหนี้ที่ดีที่สุด..ไม่ว่าหนี้กรรม..หรือหนี้บัตรเครดิต : )….ก็คือ…"หยุด" สร้างหนี้…

นอกจากตั้งสติก่อนสตาร์ทแล้ว..

ก็ต้องตั้งสติก๋อน..คิด..พูด..และทำ..

และ…ตั้งสติก่อนรูดการ์ดกันทุกครั้ง.. : )

วิธีการทำความดีที่ดีที่สุด..นอกจากการให้ทาน..รักษาศีล (ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เราทำความชั่ว) ก็คือการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน…

ถ้าเราเข้าใจกฏแห่งกรรม..เและการบริหารหนี้กรรมแล้ว..

เราจะได้รู้จักกลับมาบริหารชีวิตด้วยการพัฒนาจิตของเราโดยการ..หันกลับมาศึกษากายใจของเราซะ..

เราสามารถพัฒนาศักยภาพของ "สติ" โดยการฝึกพรากใจจากอดีตและอนาคตให้มาอยู่กับปัจจุบัน…อยู่กับกายและใจนี้ของเรา..ด้วยการ "เจริญสติ"…เพื่อหาหนทางดับทุกข์…ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก…

และรู้ให้เท่าทันใจของเราอันเป็นบ่อเกิดแห่งกิเลส (โลภ โกรธ หลง) ตัณหา และอุปาทาน..ซึ่งเป็นเหตุแห่งทุกข์ที่แท้จริง..

ที่มา :http://www.kondee.com/board_show_question.php?menu=&qs_qno=3461&page=5&search=&sort=

 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 

 

 
1

 
1

 
2

 
1 

สมาชิกคนใหม่ อิอิ

ดูแล้วรักแม่มากๆเด้อ รักนานๆด้วย

>> ไข้กิเลส 2009

นับว่าในช่วงปี 2009 นี้ 
มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเราต่าง ๆ มากมาย.. 

ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ-การเมือง 
รวมถึง..ไข้หวัดมรณะ 2009.. 
ซึ่งเป็นที่แตกตื่น.. 
และหวาดวิตกกังวลไปทั่วทุกสารทิศ 

เพื่อความอยู่รอดในการดำเนินชีวิต..แบบเอาตัวรอด.. 
ให้พ้นจากพิษภัยต่าง ๆ… 
จึงทำให้ทุกคนต้องดินร้นหนีเอาตัวรอด…
 

แต่ในมุมมองที่แตกต่าง.. 
เราจะพบว่า.. 
ทุก ๆ วินาทีเกิดการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา.. 
ดังนั้น..ทุก ๆ คนจึงต้องแสวงหา..ที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวใจ.. 
แสวงหาหนทางและวิธีป้องกันตัว.. 
เพื่อความอยู่รอด.. 
และการดำรงชีวิตความเป็นมนุษย์ให้ยาวนานที่สุด.. 

ธรรมชาติได้สอนให้มนุษย์.. 
รู้จักที่จะเอาตัวรอด..ในทุก ๆ วิถีทาง.. 

ในความเป็นจริง.. 
ไม่ว่าโลกของเราจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร.. 
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงในจิตใจของคน.. 
ที่เป็นเชื้อโรคร้าย.. 
นั่นคือ..โรคกิเลส..(โรคความเห็นแก่ตัว).. 

เชื้อโรคร้ายจะมีผลอันตรายถึงเพียงใด.. 
ที่สำคัญ..เราอย่าให้โรคแห่งความวิตกกังวล.. 
ให้เกิดขึ้นในจิตใจของเรา.. 
เพราะโรควิตกจะสร้างโรคที่ถาวรให้แก่เรา.. 

โรคบ้างโรค..บางครั้งรักษา..ก็หาย.. 
โรคบ้างโรค..บางครั้งรักษาแล้ว..ก็ไม่หาย.. 
โรคบ้างโรค..เป็นแล้ว..ไม่ต้องรักษาก็หาย… 

เพราะฉะนั้น.. 
ขอให้เรารับรู้ว่า..โรคบางโรค.. 
เมื่อเป็นแล้ว…ก็พรากชีวิตของเราไปได้แต่ในโลกนี้ 
แต่โรคที่อันตรายที่สุดในชีวิตของมนุษย์.. 
ดังที่ได้กล่าวแล้ว..คือ..โรคกิเลส..(โรคความเห็นแก่ตัว)..นี้.. 
แม้เราตายไปกี่ครั้ง..มันก็ไม่หมดไปจากจิตใจของเราได้.. 
ถ้ายังไม่บรรลุธรรม.. 

จงเห็นตัวแก่..(เห็นแล้วปลง).. 
ดีกว่า..เห็นแก่ตัว..(เห็นแล้วเอา).. 

ที่มา : ขอบคุณบทความจากธรรมะไทย

2 ชีวิต … ที่ราคาไม่เท่ากัน



หนูตัวร้อน … ไปโรงพยาบาลเถอะ หาหมอเฉพาะทาง แพงหน่อย แต่(น่าจะ)ดีกว่านะ 
พ่อไข้ขึ้น … พาราซี้ตายม่องในตู้ยาก็มี สัก 2-3 วันถ้าไม่ดีขึ้น หมอรักษาโรคทั่วไปปากซอยก็น่าจะเอาอยู่ 

หนูกลับบ้าน … แท๊กซี่ดีกว่านะ จะได้ไม่เหนื่อย มีสมาธิทำการบ้าน (สมาธิยิ่งสั้นๆอยู่) 
พ่อกลับบ้าน … ปั่นจักรยานนั่นแหละดีแล้ว ประหยัด ออกกำลังกายด้วย วันไหนฝนตกค่อยขึ้นรถเมล์ 

มีดบาดมืดหนู … ไปรพ.เย็บแผลเถอะ เดี๋ยวเป็นแผลเป็น เป็นคีลอยด์ (เดี๋ยวไม่สวยไม่มีคนมาขอ ไม่หล่อไปขอใครไม่ได้) 
มีดบาดมือพ่อ … ทิงเจอร์ พลาสเตอร์ ในตู้ยาก็มี 2-3 วัน น่าจะหาย (พ่อคงไม่อัปลักษณ์ไปกว่านี้สักเท่าไรหรอก) 

ปรับพฤติกรรม คอร์สล่ะ 6000 … อะน่า นิดหน่อยเอง จะได้ไม่มีปัญหาในการคบเพื่อน จะได้มีเพื่อนดีๆบ้างสักคนก็ยังดี ชีวิตหนูยังอีกไกล 
e-commerce คอร์สล่ะ 1800 … หนังสือมือสองจตุจักรเยอะแยะ เล่มล่ะ 250 เอง เดี๋ยวก็ตายแล้ว จะอยากรู้ไปทำไม 

มีดบาดมือหนู … ไปรพ.เถอะ จริงๆฉีดยากันบาดทะยักแล้วนะ แต่จำไม่ได้ว่าเมื่อไร ฉีดอีกคอร์สก็ดี เปลืองหน่อยแต่ชัวร์ กี่บาทพ่อก็จ่าย 
สังกะสีบาดมือพ่อ … ทิงเจอร์ไอโอดีนนี่แหละ ขององค์การเภสัชฯ ขวดล่ะ 25 บาท เชื้อโรคไหนๆก็ตายเรียบ 

อีก 2-3 วัน นมใกล้หมดอายุ … หนูอย่ากินเลยเดี๋ยวท้องเสีย กระป๋องไม่กี่ร้อย ช่างมัน ไม่คุ้มค่ายาหรอก 
ก็ไอ้กระป๋องเดียวกันนั่นแหละ … พ่อกินเองดีกว่า เสียดายตังค์ ไม่น่าเป็นไรหรอก กว่านี้พ่อก็กินมาแล้ว ชิวๆ 

เรียนว่ายน้ำชม.ล่ะ 100 … เปลืองหน่อย แต่ดีกว่า จะได้แข็งแรงไม่เป็นภูมิแพ้ เผื่อฟลุ๊คมีแววจะได้เป็นฉลามน้อยทีมชาติ 
ฟิตเนส discounted fee ถูกสุดๆ … กลับไปสอนการบ้าน ให้หนูขี่หลังทุกเย็นดีกว่า ถ้าพุงมันจะย้วย นน.มันเกินนิดหน่อย ช่างมันเหอะ 

หนูเป็นหวัด … ยา original ดีกว่าเนอะ ชัวร์ (เขาว่า)ยา Generic ไว้ใจไม่ค่อยได้ เดี๋ยวมีผลข้างเคียง 
พ่อเป็นหวัด … ทุบหอมแดงวางข้างหมอน 2-3 คืน ถ้าไม่ดีขึ้น ยา Generic ก็โอเคแล้ว ผลข้างเคียงนิดหน่อย ไม่ถึงตายหรอก จิ๊บๆ 

หนูไอ … ไปหาหมอ 
พ่อไอ … กินน้ำอุ่นๆ เดี๋ยวก็หาย 

 
 

"ผู้ชาย" คนนี้ไม่ใช่ นักบัญชี ไม่ใช่ นักเศรษฐศาสตร์ (ไม่ใช่แม้กระทั่ง วิศวกร) 
"ผู้ชาย" คนนี้ก็แค่ "พ่อ" ธรรมดาๆคนนึงเท่านั้นแหละ 
 
 
ถ้าทุก 1 วันที่ชีวิตพ่อสั้นลง แลกกับ 1 วันที่ชีวิตหนูดีขึ้น 
… จะกี่วันก็เอาไปเถอะลูกรัก พ่อเต็มใจยกให้ 

ดวงตาคู่นี้ … 
อาจจะทำให้พ่อเห็นความงดงามของโลกต่อไปได้อีกหลายปี 
… แต่ถ้ามันทำให้หนูมองเห็นได้อีกแม้เพียงวันเดียว 
… (แม้คนที่หนูจะมอง … อาจจะไม่ใช่พ่อ) 
… เอามันไปเถอะลูกรัก … พ่อเต็มใจยกให้ 

แก้วหูคู่นี้ … 
อาจจะทำให้พ่อได้ยินความไพเราะของสายน้ำต่อไปได้อีกหลายปี 
… แต่ถ้ามันทำให้หนูได้ยินได้อีกแม้เพียงวันเดียว 
… (แม้วันเดียวนั้น … หนูอาจจะไม่ฟังที่พ่อบอกว่าพ่อรักหนูแค่ไหน) 
… เอามันไปเถอะลูกรัก … พ่อเต็มใจยกให้ 

ขาคู่นี้ … 
อาจจะพาพ่อไปได้อีกครึ่งโลกใบนี้ที่เหลือ 
… แต่ถ้ามันทำให้หนูเดินได้อีกแม้เพียงก้าวเดียว 
… (แม้มันอาจจะเป็นก้าวที่ทำให้หนูห่างจากพ่อไปอีก) 
… เอามันไปเถอะลูกรัก … พ่อเต็มใจยกให้ 

แขนคู่นี้ … 
อาจจะทำให้พ่อได้โอบกอดคนอีกมากมาย 
… แต่ถ้ามันทำให้หนูได้โอบกอดคนที่หนูรักแม้เพียงครั้งเดียว 
… (แม้ว่าคนที่หนูจะกอด … อาจจะไม่ใช่พ่อ) 
… เอามันไปเถอะลูกรัก … พ่อเต็มใจยกให้ 

หัวใจดวงนี้ … 
อาจจะทำให้พ่ออยู่ต่อไปได้อีกหลายปี 
… แต่ถ้ามันทำให้หนูอยู่ต่อได้อีกแม้เพียงวันเดียว 
… (แม้ว่าหนูอาจจะไม่ใช้วันเดียวนั้นร่วมกันกับพ่อ) 
… เอามันไปเถอะลูกรัก … พ่อเต็มใจยกให้ 

ชีวิตนี้ที่เหลืออยู่ … 
อาจจะทำให้พ่อทำอะไรได้อีกมากมาย 
… แต่ถ้ามันใช้ต่อชีวิตหนูได้แม้เพียงวันเดียว 
… (แม้หนูอาจจะใช้ชีวิตที่ต่อออกไปวันเดียวนั้นเพื่อคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อ) 
… เอามันไปเถอะลูกรัก … พ่อเต็มใจยกให้ 

 
 
หนูจะรู้ไหมว่า 
หนูทั้งสองเกิดมามีหัวใจสองดวงที่ "อายุหัวใจ" ไม่เท่ากัน 
 
 

ที่สุดแล้ว …. 
"ผู้ชาย" คนนี้ไม่ใช่ นักบัญชี ไม่ใช่ นักเศรษฐศาสตร์ (ไม่ใช่แม้กระทั่ง วิศวกร) 
"ผู้ชาย" คนนี้ก็แค่ "พ่อ" ธรรมดาๆคนนึงเท่านั้นแหละ 

พ่อ … 
13 ก.ค. 2552 

========================================= 

ขอบคุณบทความจาก บล็อคแก๊ง(น้องเฟิร์น)

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.